2006/Jan/27

จริงๆมีโครงการที่จะย้ายบ้าน (Blog) ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาแล้ว แต่พอดีติดไปเที่ยว กลับมาก็ยุ่งกับการหาบ้านใหม่ หานู่นหานี่ เพื่อเตรียมตัวเริ่มทำงานจริงจัง ก็เลยไม่ได้ย้ายสักที

สาเหตุที่ย้ายก็คือ

1. ผมเห็นว่า exteen เริ่มมีคนมาใช้มากขึ้น ทั้งจากความนิยมและการไหลอพยพเข้ามาจากอีกเว็บในวิกฤตการณ์ diary เมื่อหลายเดือนก่อน ทำให้ traffic ของเว็บนี้หนาแน่นสูงมาก เลยคิดว่าผมน่าจะถอย เพื่อลด traffic ลงด้วยส่วนนึงเพราะผมเองก็มี host ของตัวเองอยู่แล้วจึงคิดว่าสละส่วนนี้ดีกว่า

2. ข้อแรกฟังเหมือนดูดีแต่ความจริงก็อีกนั่นแหล่ะ เพราะ traffic มันหนาแน่นมาก ทำให้บางครั้งผม update ลำบากมาก จึงเป็นสาเหตุที่สำคัญอีกประการหนึ่ง

ก็คิดว่า Blog ตอนนี้คงเป็นตอนสุดท้ายบน exteen แล้วครับ ก็จะมีการย้ายบ้านเป็นการถาวร

ความจริงก็ประกาศมาตั้งแต่ ตอนที่แล้ว แต่ตอนนี้ถือว่าประกาศอย่างเป็นทางการเลยละกัน ก็ขอบคุณผู้ที่ติดตามมาโดยตลอดนะครับ ผมยังเขียนต่อ และอาจจะเขียนบ่อยขึ้น อาจจะเอาเรื่องที่ทำงานมาเล่าบ้าง ถ้าสนใจ (ผมไม่แน่ใจ... เพราะรู้สึกว่ามันผิดแนว Blog จะกลายเป็น diary ไปหรือป่าวไม่รู้ แต่ถ้าสนใจก็จะเอามาเล่าให้ฟัง)

แต่อาทิตย์นี้ผมก็จะย้ายบ้านในโลกความจริงด้วย กว่าจะ set อะไรเข้าที่เข้าทางก็อาจจะอีกอาทิตย์ 2 อาทิตย์ ก็คงหยุด update ไปนานเหมือนกัน แต่เขียนต่อแน่นอนครับ

ส่วน blog ใน exteen ที่เขียนมาก็คงไว้เหมือนเดิม ไม่มีการลบทิ้งตอนใดแต่ประการใด (เห็นคุณ PaePae เคยเหน็บคนชอบลบ Blog ตัวเองมาทีนึง) แล้วก็คงแวะเวียนเข้ามาอ่าน Blog ของคนอื่นๆเป็นครั้งคราวครับ ส่วน account ผมก็อยากคงไว้ เพราะจะได้เช็ค Blog คนอื่นและ comment ง่ายขึ้น

สุดท้ายก็ขอขอบคุณ exteen มากๆครับที่ให้ที่อยู่ชั่วคราวมา 1 ปี 1 เดือน ขอให้มีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆครับ

สำหรับที่อยู่ใหม่ก็จะใช้ชื่อด้านล่างอย่างเป็นทางการไปตลอดครับ ส่วน Theme ยังไม่งามอยู่ ก็คงจัดการหลังจากจัดการอะไรเข้าที่เข้าทางแล้ว ดูเขียวๆ ดำๆ ไปก่อนละกัน (ไม่ใช่เชียร์ Xbox นะ)

http://xblog.x-sense.com

อวสาน

2006/Jan/21

ไม่รู้จะแก้ไงละ ยอมแพ้... อ่านที่นี่แทนละกันคับ จะรีบทำ Theme เร็วๆนี้

http://xblog.x-sense.com

วันจันทร์ที่ผ่านมา มีคนถามผมไม่เขียนเรื่อง ทักษิณแฟนตาเซียเหรอ ผมก็ตอบไปตรงๆว่าไม่รู้จะเขียนอะไร ก็เค้าเพิ่งเริ่ม ผมยังไม่ได้ดูเลย จะให้ผมด่าเหรอ ก็ไม่ถูก ถ้าเอาตามจริงครั้งแรกที่เห็นข่าวว่าจะทำเป็นเรียลลิตี้โชว์ถ่าย 24 ชม. ผมก็ไม่เห็นด้วยหรอก เพราะรู้สึกจะถ่ายไปทำไม 24 ชม. ทำเป็นสนุกสนาน การตลาดไปได้ แต่โดยหลักการที่ลงไปทำงานในพื้นที่ 5 วัน เพื่อวิเคราะห์ปัญหาด้วยตัวเองนั้น และเมื่อวิเคราะห์จนได้เป็นหลักการแล้วให้ พื้นที่อื่นๆนำไปใช้เป็นรูปแบบในการแก้ปัญหา ผมว่าเป็นวิธีที่ดีที่ผู้นำควรทำ เป็นว่าผมเห็นชอบด้วยหลักการที่จะทำงาน ทีนี้ผมมองว่าเอาแบบพื้นๆเริ่มต้น ถ้าต้องการทำแบบนั้นจริงๆควรจะมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้าง 1. ผู้นำคนนั้นมีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหา และสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เพราะในเมื่อต้องการใช้เป็นตัวอย่างให้กับ นายอำเภอทุกๆ อำเภอ ดังนั้นจึงต้องแสดงวิธีการทำงานที่ได้ผลให้เห็นทันที 2. เป็นคนดีจริงๆ (ไม่ใช่ขาวสะอาด แต่ขอเป็นเทาอ่อนๆ) เพราะการถ่ายทอดออกมา 24 ชม. ถ้ามีความเลวอยู่เยอะ มันจะเก็บไว้ไม่อยู่ มันจะแสดงภาพแย่ๆออกมาให้เห็น 3. มีเจตนาที่ดีในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ได้มีความตั้งใจอย่างอื่นแอบแฝง ผมมองในมุมมองของผม เริ่มจากข้อสุดท้ายไปละกัน ข้อ 3. คิดแบบเข้าข้างสุดๆแล้วนะ เจตนาแรกคือต้องการแก้จนจริงๆ เพราะถ้าแก้ได้ ก็ได้คะแนนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดของการทำงาน แต่ผมก็ยังอดมองไม่ได้ว่าการทำให้รูปแบบของรายการออกมาดูไปแนวๆ Reality Show ที่ฮิตกันทั่วโลกขณะนี้ เป็นแนวทางทางการตลาดสำหรับผู้บริโภคบันเทิงมากกว่า โดยพื้นฐานวิธีคิดของทักษิณที่ผมมองมา 4 5 ปี มันก็เป็นไปในแนวทางแบบนั้นจริงๆ คือเน้นตลาด เพื่อสร้าง image ให้กับ brand (ตัวเอง และพรรค ทรท.) มากกว่า ข้อ 2. อันนี้ผมบอกเพื่อนที่ถามความเห็นผมเลยว่าคิดยังไง... ผมบอกว่าดีแล้วที่ถ่ายทอด 24 ชม. เพราะ 4 5 ปีที่ผ่านมา ผมมองว่าโดยเนื้อแท้ของตัวนายกคนนี้... "สารเลว" ดังนั้นการที่มีการถ่ายทอด 24 ชม. ผมจึงคิดว่าน่าจะเป็นผลดีในแง่ที่จะทำให้คนได้เห็นธาตุแท้บางส่วนของตัวคนคนนี้ได้บ้าง เพราะผมเชื่อว่าโดยพื้นฐานของทักษิณมักจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ แล้วการที่มีกล้องมาจับ 24 ชม. แบบนี้ ย่อมต้องหลุดเรี่ยราดแน่นอน ข้อ 1. ผมยอมรับว่าผมไม่ได้ดูหรอก พยายามเปิดเว็บ UBC แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมดูไม่ได้ เหมือนมัน limit ip หรือยังไงสักอย่าง ผมก็ดูจากเว็บข่าว แล้วก็จากรายการข่าวที่โหลดมาดูแทน อันนี้ก็ต้องโบ้ยไปที่ข่าวที่นำเสนอ (ซึ่งผมก็เชื่อว่า รัฐบาลก็คุมอยู่ในระดับนึงแล้ว) ภาพที่ออกมา ที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการแก้ปัญหาของทักษิณ... ผมต้องขอเรียกว่า "ส้นตีน" ผมยังไม่เข้าใจว่าวิธีการแก้ปัญหาที่เห็นตามข่าวมันจะเป็นต้นแบบได้อย่างไร... จะอธิบายคร่าวๆ ตามข่าวที่ผมเห็น... เผื่อคนที่ไม่ได้ตามข่าว... แล้วก็เผื่อผมเข้าใจผิด ก็อยากให้มีคนมาอธิบาย ให้ผมด้วย เพราะโดนส่วนตัว ครั้งแรกที่เห็นข่าวผมไม่ได้คาดหวังว่าจะออกมารูปแบบนี้... คือผมคาดหวังว่าจะออกมาในรูปแบบที่นายกวิเคราะห์ปัญหา และออกมาเป็นวิธีแก้ปัญหา คือ ผม ประเมินในมาตรฐานที่ว่าไว้ใจในวิธีคิด วิธีวิเคราะห์ และดีกรี Ph.D. ที่ทักษิณมีว่าอย่างน้อยก็น่าจะแสดงออกมาในรูปแบบที่มีกระบวนการทางวิเคราะห์อย่างดีแล้ว แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ... นายกเรียกชาวบ้านเข้ามาทีละราย... ถามถึงปัญหา... ชาวบ้านบอกไม่มีที่ดินทำกิน.... นายกสั่งให้ รมว. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน ที่นั่งอยู่แถวนั้นจัดหาที่ดินทำกินให้ ชาวบ้านบอกน้ำท่วมที่ดินทำกิน... นายกสั่งทหารให้ไปขุดคลอดระบายน้ำ ชาวบ้านบอกมีฝีมือทางด้านนั้นๆ ไม่มีทุน... นายกสั่ง SME ไปฝึกอาชีพ จัดโครงสร้างธุรกิจให้ ชาวบ้านบอกไม่มีเงิน... นายกแจกเงิน ปัญหาคือ... ถ้านายอำเภอเอาไปทำเอง จะเอาเงินที่ไหนมาแจก... จะเอาอำนาจที่ไหนมาสั่งรมว. ธกส. หน่วยงานต่างๆ ให้จัดนู่นจัดนี่ให้ เฉพาะ 5 วันที่ผ่านมา การสร้างภาพให้ตัวเองที่คิดว่าได้ผลกับชาวบ้านรากหญ้าได้ดีที่สุดคือควักเงินในกระเป๋าแจก ผมไม่ว่าอะไรหรอกเพราะเงินกระเป๋าเค้า แต่ผมไม่คิดว่าการแก้จนด้วยการแจกเงินมันคือการแก้ปัญหา... ใช่... พอแจกเงินให้วันนี้เค้าไม่จน แล้วอีกเดือนนึง เค้าจะหายจนหรือเมื่อเงินที่แจกไปมันหมด จากที่ว่ามาผมเลยคิดว่าเป็นวิธีแก้จนที่ส้งติงมาก... ที่ได้ไปคือภาพตัวเองที่ทำให้คนจนก็ยังคิดเหมือนเดิม เหมือนตอนทักษิณหาเสียง... คือ ทักษิณรวย เค้าจะมาแจกเงินให้คนจน... เฮ้อ... จากวิธีการทำงานของทักษิณที่แสดงให้เห็นจาก 5 วันที่ผ่านมา ทำให้ผมมั่นใจในแนวคิดเดิมว่า การเติบโตของบ.ในเครือชินวัตร จริงๆแล้วเป็นฝีมือของ บุญคลี ปลั่งศิริ ซะมากกว่า คือ เวลา อ่านบทสัมภาษณ์คุณบุญคลี ผมว่ามันแสดงภูมิปัญญา และวิศัยทัศน์เทียบกับทักษิณแล้ว เรียกว่าห่างไกลกับลิบลับเลยทีเดียว... ซึ่งถ้ามองจากประวัติแล้ว บ.ในเครือชินวัตรมาโตได้อย่างสวย งามจริงๆ ก็เมื่อทักษิณได้รับสัมประทานผูกขาด แล้วมีการดึงตัว บุญคลี จากกสท. เข้ามาร่วมบริหารมากกว่า กลับมาเรื่องแก้จนอีกนิด... มันทำให้ผมมองย้อนกลับไปในประวัติของทักษิณที่เคยอ่านมา... ว่าตอนที่ทักษิณล้มละลาย วิ่งแลกเช็คกันจนวุ่นนั้น... เค้าเองก็ไม่ให้ลูกเค้ารับรู้ด้วยซ้ำว่าเค้าล้ม ละลายแล้ว... ยังให้ลูกใช้จ่ายเงินอย่างเต็มที่ เพราะมีความเชื่อว่าจะต้องให้ลูกอยู่อย่างสุขสบาย... ซึ่งเป็นการปลูกฝัง spoiled มาโดยตลอด จนเติบโตเป็นบุคคลที่เห็นได้อย่างทุกวันนี้ ซึ่งก็ไม่ ต้องอธิบายอะไรมาก บทสรุปของเรียลลิตี้โชว์ครั้งนี้ เลยกลายเป็นเลียริตี้โชว์ ที่ทำให้เห็นว่าพวกแวดล้อมนายกนี่ขี้เลียเสียจริงๆ คือ กินข้าวทีไร เลียได้ เลียดี เรี่ยราดมาก คือ มันทำให้เห็นชัดเลยว่าทุกๆ วันที่เราไม่ เคยเห็นนี่ มีคนเข้ามาเลียแข้งเลียขาขนาดไหน อันนี้ต้องขอคารวะเลย.. เพราะตั้งแต่เกิดมา ผมเป็นคนที่ปากหนักเรื่องจะเลียใครมาก จนบางครั้งก็คิดว่ามากเกินไปที่เถรตรงซะขนาดนั้น... แต่ไม่ รู้สิกับเรื่องเลียนี่ตั้งแต่เด็กมา ผมเป็นคนที่ต่อต้านมาก... คือถ้านึกว่าตัวเองต้องไปเลียใครเพื่อให้ได้อะไรสักอย่าง... ผมคงสะอิดสะเอียด ทุเรศตัวเองมากๆเลยทีเดียว... จนทำให้ผมไม่เข้าใจ กลุ่มคนที่ชอบเลีย... ว่าเค้าไม่รู้สึกอะไรแบบที่ผมรู้สึกบ้างเลยเหรอ นอกจากนี้เรื่องที่อาจจะเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทักษิณมองว่าเป็นเรื่องพูดเล่น ตลกโปกฮาที่ไปแซว นักบินฝึกหัด ทอ. ที่เสียชีวิต... ผมว่าเรื่องนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวก็ได้ สุดท้าย 5 วันที่ผ่านมาผมมองว่า Back Stage Show Priminister เป็นดาบ 2 คม ที่ฟันโดนหัวตัวเองเข้าเต็มๆ จนหัวแบะเลย

2006/Jan/11

ตกลงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง... ก็ไปเริ่มทำงานเมื่อวานเรียบร้อยแล้ว

จริงๆผมว่าหลายคนก็คงเดาถูกมั๊ง... แต่เห็นมีคนแอบถามหลังไมค์ แต่ไม่มีคนกล้าเดา...

ความจริงหลังจากช่วงที่ present Thesis ไปเรียบร้อยตอนวันที่ 1 ธันวา... ผมก็มีสมัครที่อื่นบ้างเหมือนกัน... แต่ก็ไม่ได้จริงจังมากนัก... ส่งแต่ email ไป...

แล้วก็มีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับอีกที่... ซึ่งไม่ได้อยู่ใน list ... ใครจะไปรู้ว่ามันจะทำเกม... ความจริงอยากทำบริษัทนี้มาก.... แต่ตอนนี้เค้าจะจ้างตำแหน่งนี้แบบชั่วคราว 3 เดือนก่อน ซึ่งอาจจะทำให้ผมมีปัญหาเรื่อง Visa ได้... บ. นี้น่าสนใจพอที่มีความคิดอยากจะเสี่ยงด้วยซ้ำ...

แต่สุดท้ายโดยสรุปแล้ว เมื่อวานก็กลับไปทำงานที่เดิม คือ Electronic Arts Redwoodshore ในตำแหน่ง Character Modeler สำหรับเกมภาคต่อบนเครื่อง PC และอาจจะเป็น Nextgen ด้วย

แต่แว่วๆว่า ผมอาจจะทำเกมนี้ไม่กี่สัปดาห์... แล้วเกมอื่นจะมายืมตัวไปใช้งานก่อนสักพักก่อนส่งคืนภายหลัง... (เห็นผมเป็นผักปลา โยนกันไป โยนกันมา T_T)ซึ่งจริงๆแล้วก็ดีกับผม เพราะกว่าเกมนี้จะออกก็ปลายปี 2007 ... ส่วนเกมที่จะย้ายไปทำชั่วคราวก็จะออกเร็วๆนี้แล้ว... ผมก็จะได้มี credit อยู่ในเกมที่จะออกเร็วๆนี้ด้วย ... อย่าลืมซื้อมาเล่นกันนะ... ไม่ต้องเล่นก็ได้ ซื้อมาดูชื่อผมในเกม :P

เอาหล่ะคับ... ก็ได้เวลาแจกรางวัล.. Nintendo DS ก็ตกเป็นของคุณ PaePae ซึ่งความจริงเจ้าตัวเองก็เคยทำงานให้ EA Thailand เหมือนกัน.. เพราะฉะนั้นก็เหมาะสมดี (หรือเปล่า ?) ... แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าผมจะเอาเครื่องกลับไปให้ที่เมืองไทย .. จะไม่ส่งกลับไป... ดังนั้นตอนนี้ ผู้โชคดีทางบ้าน... กรุณาติดต่อมาทาง email โดยใช้ email ที่เช็คประจำส่งมานะคับ... เพราะผมจะได้เก็บ record ไว้ ถ้าจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ผมจะได้เมล์ไปบอก... แล้วนัดแนะให้มารับรางวัลอีกทีหนึ่ง.... หรือเปลี่ยนใจไม่อยากได้รางวัลก็ email มาบอกได้นะคับ :P