สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่จะฝึกงานที่ EA แล้ว
ราวๆเดือนที่แล้ว นั่งทำงานอยู่ก็เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมา


คือตอนนี้เป็นตอนที่ Hikaru เพิ่งแข่งกับมืออาชีพเป็นครั้งแรก แล้วก็แพ้... แต่กลับเพิ่งค้นพบว่า เส้นทางที่เลือกเดินนั้นน่าพิศมัยแค่ไหน... เพิ่งตระหนักได้ถึงก้าวเดินของตัวเอง ที่จะก้าวไปข้างหน้าสู่เส้นทางโกะมืออาชีพ... ตอนที่อ่าน Hikaru No Go ถึงหน้านี้ มันดูมีพลังที่ผ่านจากภาพและคำพูดไม่กี่คำได้อย่างเหลือเชื่อจริงๆ.... แล้วเดือนที่แล้วผมก็รู้สึกว่าผมได้รับรู้ ถึงพลังแบบนั้นขึ้นมาซะเฉยๆ (เว่อร์ป่าวเนี่ย
)
คือเรื่องของเรื่อง 3 เดือนที่ผ่านมา งานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ ไม่ค่อยตรงกับที่ผมอยากทำเท่าไหร่นัก... ผมอยากทำ Character ในขณะที่ทีมที่ผมอยู่ยังไม่มีส่วนนี้ให้ทำ ก็เลยทำพวก Environment กับ Object มาตลอด 3 เดือน... แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าทางทีมที่ทำงานด้วย เค้าจะมองผมว่าเป็นแค่ เด็กฝึกงาน เลยให้งานเหลือๆทำเท่าไหร่นัก... เค้าก็มอบหมายงานเหมือนๆ กับพนักงานประจำคนอื่นๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเค้าจะประเมินผมแบบให้ทำงานเหลือๆเท่าไหร่นัก...
ถ้าถามความรู้สึกผมกับงานที่ได้ทำ... ผมว่ามันเป็นงานที่น่าเบื่อ และไม่ท้าทายมาก เพราะมันค่อนข้างเป็น Model อะไรที่ดูไม่สนุกในการทำเท่าไหร่.... แต่ตลอด 3 เดือนมา ผมกลับพบว่าผมสนุกกับมันได้อย่างน่าแปลกใจ.... ในงานที่ดูไม่มีอะไรน่าสนใจ... แต่ผมกลับพบว่ามันมีความน่าสนใจอยู่รอบตัวมันได้อย่างเหลือเชื่อ...
ผมรู้สึกสนุกกับการที่จะทำ Model ง่ายๆพวกนี้ยังไงให้ดีขึ้น... จะขุดเอาเทคนิคไหน มาทำให้มันดีขึ้น และประหยัด Polygon มากขึ้น และรู้สึกว่ามันทำให้ผมทำงานได้คล่องตัวขึ้น และมองเห็นช่องทางที่จะพัฒนาฝีมือ ไม่ว่าจะทำ Model รูปแบบไหนก็ตาม... ที่สนุกที่สุดแล้ว คือ การที่ผมจะทำยังไงที่พอเอางานให้ Art Director ตรวจ แล้วเค้า Happy กับงานที่ผมทำ... ผมชอบสังเกตความรู้สึกของคน... เวลาที่ผมตาม Art Director มาตรวจงานที่หน้าจอผม... แล้วได้เห็นความรู้สึกที่เค้าชอบ และดูสนุกไปกับสิ่งนั้นๆ มันทำให้ผมตื่นเต้นตามไปด้วย.... หลายๆงานที่เค้าดูแล้วเค้าก็ขอแก้นู่น แก้นี่... กลับทำให้ผมรู้สึกท้าทายว่า จะต้องแก้ยังไง ไม่ให้โดนแก้อีก แล้วพยายามจับทางว่า Model ชิ้นต่อๆไป จะต้องทำยังไงให้ถูกใจคนพวกนี้ให้ได้ และแก้ให้น้อยที่สุด... ผมมองมันจนกลายเป็นเกมเกมนึง ที่ผมจะต้องเล่นตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา... เกมที่เล่นกับความรู้สึกของคน!
นอกจากนี้ผมยังรู้สึกเป็นเกียรติเกินพอที่ได้ทำงานกับคนที่ผ่านงานระดับเจ๋งๆมาหลายชิ้น... คนที่จะตรวจงานผมหลักๆก็มี 2 3 คน... ช่วงเดือนแรกๆ ผมจะทำ Model จากงาน Design ของ จอห์น เบล... คนนี้เป็น Art Director และ Concept Designer ให้กับ Jurassic Park และ AI มาก่อน... พวกฉากที่คุณๆเห็นในหนัง 2 เรื่องนี้ ก็ฝีมือออกแบบของเค้านั่นแหล่ะ... มันเลยรู้สึกสนุกดีที่ได้ทำงานร่วมกับเค้า.... แบรี่ อาร์เมอร์คนนี้จะเป็นคนที่ตรวจงานผมในแง่ Direction ของงานมากกว่า เพราะเค้าไม่ได้ออกแบบ... ลุงคนนี้ทำงานอยู่ ILM มาก่อน ฝากผลงานไว้กับหนังหลายๆเรื่อง เช่น AI และ The Day After Tomorrow
นอกจากนี้ผมยังได้เพื่อนที่รู้สึกดีๆด้วย เพิ่มอีกหลายคน... ขอโทษเถอะคับที่ต้องพูดคำนี้... ผมเองเป็นคนที่รู้สึกดีกับใครได้ยากพอสมควร... คือผมเป็นคนที่จะสนิทกับคนอื่นยากสักหน่อย... การที่ผมมีความรู้สึกดีๆกับใครสักคน ... เลยเป็นเรื่องที่ถือว่าสวรรค์ประทานมาก... เพราะถึงผมจะให้ความสำคัญกับเรื่องงาน และบางครั้งอาจจะทำงานมากจนลืมเพื่อนสักหน่อย... แต่สุดท้ายแล้วผมกับรู้สึกว่า "ความผูกพันธ์" คือสิ่งที่มีค่ามากๆในชีวิตของการเป็นคนเลยทีเดียว
และนั่นก็เป็นจุดอ่อนร้ายแรงในตัวผมเช่นกัน... ที่ทำให้สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมรู้สึกใจหายขั้นรุนแรง... ที่ต้องรับรู้ว่า ผมมีเวลาเหลือเพียงแค่ 1 สัปดาห์ ก็จะต้องเผชิญกับคำว่า "พลัดพราก" ... ผมเกลียดคำๆนี้เสียจริงๆ ถึงแม้ผมจะมีความเชื่ออยู่เสมอว่า "การลาจาก ถูกกำหนดตั้งแต่เมื่อเราพบกันครั้งแรก" แต่ผมก็ทำใจลำบากอยู่เสมอเวลาที่ถึงจุดเข้าใกล้ การลาจาก... ไม่ว่าจะลาจาก จากสถานที่ที่ผมคุ้นเคย... งานที่คุ้นเคย... คนที่คุ้นเคย.... และ ความรู้สึกที่คุ้นเคย... ที่ผมดันถลำตัวปล่อยมันไปซะลึกแล้ว.... แย่จริงๆที่ผมต้องมาสัมผัสกับคำๆนี้อีก... อยากตะโกนว่า เซ็งโว้ย!
แต่ขอบคุณที่ชะตา กำหนดให้ผมได้มีเวลาที่มีค่าใน 3 เดือนที่ผ่านมา... ขอบคุณจริงๆคับ

ปล. Hikaru no Go ที่ตัดมา มาจากเล่ม 7 ---> โอย ชีวิตผมเพิ่งถึงเล่ม 7 เองหรือเนี่ย... ยังเหลืออีกยาวเลยสิ