2005/Nov/01

Update ง่ายๆ ด้วยการเอาบทความจากผจก.มาแปะ... :P

จากบทความพิเศษ การแปรรูป กฟผ. : บทเรียนจาก ปตท. โดย ประสาท มีแต้ม

คือ อ.ประสาทแกเป็นอาจารย์สอน Math ที่ มอ. ความจริงผมไม่ได้เรียนกับแกหรอก
แต่เคยเข้าไปนั่งฟังแกเลคเชอร์ 2 3 ครั้งเหมือนกัน... แล้วถ้าจำไม่ผิดตอนสอบ
แกก็ออกข้อสอบร่วมกับอาจารย์ที่สอน Math ผมตอนปี 1 เหมือนกัน

ในขณะที่มีเสียงคัดค้านจากประชาชนส่วนหนึ่ง... ข่าวตามสื่อต่างๆก็ปิดเงียบ
ไม่เว้นแต่เว็บข่าวผจก. ที่มีบทความทำนองนี้อยู่หลายๆรอบ... แต่กลับไม่ค่อยมีการนำเสนอข่าว ของการคัดค้านของพนง. กฟผ. เท่าไหร่นัก... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

ผมไม่รู้ว่ามาถึงขั้นนี้แล้วจะหยุดยั้งขบวนการแดกประเทศของพวกกระหายที่บริหารประเทศอยู่ในขณะนี้ได้หรือเปล่า... แต่ผมเชื่อว่าการแปรรูปกฟผ. จะมีแต่ผลเสียหายกับประเทศแน่นอน... ความจริงเรื่องการเปลี่ยนหน่วยงานพลังงานของประเทศให้เป็นของนายทุน ก็ทำให้หลายๆประเทศล่มจมฉิบหายมานักต่อนักแล้ว... แต่ก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยได้เลยหรือ?

การแปรรูป กฟผ. : บทเรียนจาก ปตท.
โดย ประสาท มีแต้ม 31 ตุลาคม 2548 18:35 น.

1. ความเป็นมา

เมื่อเดือนมีนาคม 2547 นายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้กล่าวอย่างเกรี้ยวกราดว่า ตายเป็นตาย รัฐบาลจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด ประเด็นการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยให้เหตุผล 2 ด้าน คือ

ด้านที่เป็นเหตุผลหลักที่ต้องแปรรูปมี 3 ข้อ คือ (1) เพื่อความมีประสิทธิภาพและให้เกิดการแข่งขัน (2) เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ (3) เพื่อให้เกิดการระดมทุนในการลงทุนเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ต่อไป โดยรัฐบาลจะไม่ต้องค้ำประกันเงินกู้ให้ หรือไม่ต้องการเพิ่มหนี้สาธารณะให้แก่ประเทศอีก

สำหรับเหตุผลของด้านที่ไม่ยอมถอยก็เพราะกลัวว่าจะเสียความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างประเทศ หรือเกรงว่าหุ้นจะร่วงอย่างมโหฬารนั่นเอง

แต่ในที่สุดรัฐบาลทักษิณก็ต้องยอมถอยเพราะเกรงจะเสียคะแนนนิยมในช่วงการเลือกตั้งใหญ่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 จนหลังจากชนะการเลือกตั้ง รัฐบาลทักษิณกลับเตรียมแปรรูปอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับการใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด เช่น ตอบแทนผลประโยชน์ก้อนโตให้แก่พนักงานที่เคยคัดค้าน ในส่วนที่ยืนหยัดคัดค้านก็จะถูกกลั่นแกล้งต่างๆ นานาจากผู้บริหาร

บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับเหตุผลในการแปรรูปว่า ข้ออ้างของนายกฯทั้ง 3 ข้อนั้นว่าแท้ที่จริงแล้วมีเหตุผลหรือไม่ นอกจากนี้จะนำเสนอบทเรียนจากการแปรรูป ปตท.มาประกอบด้วย

2. สถานภาพของ กฟผ.

กฟผ. (อายุองค์กรประมาณ 35 ปี) เป็นกิจการของรัฐหรือของประชาชนเพื่อจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประชาชน ทรัพย์สินของ กฟผ. ไม่ว่าจะเป็นที่ดินบริเวณที่สายไฟฟ้าผ่าน หรือเขื่อนต่างๆ ล้วนได้มาจากการเวนคืนหรือรอนสิทธิ์มาจากประชาชน

จากรายงานประจำปี 2547 กฟผ. มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3.7 แสนล้านบาท มีรายได้รวมในปีนั้นเท่ากับ 2.3 แสนล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้น 42,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 18.2% และ 12.9% ของรายได้ ตามลำดับ

กิจการที่มีขนาดใหญ่และทำกำไรสุทธิอย่างงามมาตลอดจะไม่มีปัญญาลงทุนเองเชียวหรือ

ในด้านการขยายการลงทุนเพิ่มเติม จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือ PDP (2547-2558) ได้ปรับลดลงมาจากการสร้างโรงไฟฟ้าที่ระดับ 1,860 มาเป็น 1,000เมกกะวัตต์ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มการขยายตัวลดลง ซึ่งหากประเมินค่าก่อสร้างอย่างคร่าวๆ ก็พบว่ากำไรสุทธิที่ กฟผ.ได้รับก็พอๆ กับต้นทุนค่าสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ นั่นคือไม่ต้องกู้เพิ่มก็สามารถสร้างได้

ในด้านความโปร่งใสหรือการตรวจสอบได้ ระบบระเบียบการเงินการคลังของรัฐวิสาหกิจทั้งหลายก็เข้มงวดพอใช้ได้ไม่ใช่หรือ อย่างไรก็ตาม หากนักการเมืองคิดจะโกงกิน พวกเขาก็มีวิธีการที่แยบยลจนยากที่ ระเบียบการเงิน ใดๆ จะจับได้ (แต่สังคมจับได้) อยู่ดี

ในด้านการแข่งขัน แม้ กฟผ.กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่แล้ว แต่ก็พยายามหามาตรการเพื่อให้ กฟผ. มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 50% นับว่าเป็นมาตรการที่ไม่เป็นธรรมกับเอกชนรายอื่น ระบบสายส่งซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งไฟฟ้าและเคยเป็นสมบัติของประชาชนมาก่อน แทนที่จะถูกกันไว้เป็นสมบัติของส่วนรวม บริษัท กฟผ. จำกัด(มหาชน) กลับยึดเอาไปด้วย

ดังนั้นเหตุผลในการแปรรูป กฟผ. ที่ท่านนายกฯกล่าว ล้วนไม่น่าเชื่อถือ

3. ผลประโยชน์ 4 ชั้นของกลุ่มทุน

ในกระบวนการขายรัฐวิสาหกิจต้องมีการว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งปกติมักจะคิดค่าปรึกษา (advisory fee) ประมาณ 1% ของมูลค่าทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจที่จะขาย และอีกไม่เกิน 3% เป็นค่าประกันการขายหุ้น (underwriting fee) กฟผ. มีทรัพย์ถึง 3.7 แสนล้านบาท เงินก้อนนี้จะโตขนาดไหน นี่เป็นผลประโยชน์ชั้นที่หนึ่ง

จากบทเรียนในการแปรรูป ปตท. หุ้นเข้าตลาดในราคา 35 บาทต่อหุ้น ปัจจุบันขึ้นไปอยู่ที่ 230 บาท จำนวน 2,850 ล้านหุ้น ถ้าคิดว่ามีการซื้อขายกันเพียง 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เราสามารถคำนวณได้ว่าส่วนต่างของราคามีค่าถึงกว่า 1.3 แสนล้านบาท นี่เป็นผลประโยชน์ขั้นที่สอง

แม้ท่านนายกฯทักษิณได้ประกาศเตือนในที่ประชุม ครม.ว่า ห้ามญาติพี่น้องของรัฐมนตรีเข้าไปซื้อ แต่ก็เป็นการยากที่จะห้ามคนขับรถของรัฐมนตรี

สำหรับผลประโยชน์ชั้นที่สาม คือการส่งคนของตนเข้าไปเป็นคณะกรรมการประจำ รวมทั้งเป็นผู้บริหารด้วย ในกรณีของ ปตท. ซึ่งมีคณะกรรมการ 15 คน ปรากฏว่ามีอยู่ 3 ท่านเป็นผู้ใกล้ชิดเป็นพิเศษกับท่านนายกฯทักษิณ เช่น ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายกสภามหาวิทยาลัยชินวัตร และที่ปรึกษานายกฯ เป็นต้น นอกจากนี้ระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ปตท.ก็มีนามสกุลเดียวกับท่านนายกฯ ด้วย

เมื่อกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ปตท.กับ กฟผ. แล้ว จะพบสิ่งที่น่าสนใจ 2 อย่าง คือ (1) กรรมการ ปตท.บางคนยังเป็นกรรมการ กฟผ. ด้วย เช่น คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นต้น และ (2) ประมาณ 70% ของเชื้อเพลิงทั้งหมดที่ กฟผ. ใช้อยู่ต้องซื้อมาจาก ปตท. ในราคาที่แพงมากโดยเฉพาะค่าผ่านท่อก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ทุก 100 บาทที่คนไทยจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าจะกลับเข้าสู่กระเป๋าของ ปตท.ถึง 43 บาท

ผมเข้าใจว่า นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ กฟผ. ไม่ยอมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ

สำหรับผลประโยชน์ชั้นที่สี่ คือระบบอินเทอร์เน็ตที่จะมากับสายส่งไฟฟ้าซึ่งสามารถเข้าถึงเกินกว่า 98% ของพื้นที่ทั้งหมด เมื่อวันนั้นมาถึงผู้ประกอบการด้านคอมพิวเตอร์คงจะเข้ามาร่วมทุนด้วย

4. บทเรียน(อีกอย่างหนึ่ง) จาก ปตท.

ท่านนายกฯทักษิณกล่าวว่า หุ้นของ กฟผ. จะนำออกมาขายเพียง 30% เท่านั้น ที่เหลือยังคงเป็นของกระทรวงการคลังอยู่

เรื่องนี้ก็เป็นกลลวงอีกอย่างหนึ่ง จากรายงานของ ปตท. พบว่าในเดือนเมษายน 2546 กระทรวงการคลังถือหุ้น 69.28% แต่พอมาถึง กันยายน 2547 กลับลดลงเหลือเพียง 52.48% เท่านั้น

แปลเป็นไทยได้ว่า ขณะนี้กำไรสุทธิหลังหักภาษีของ ปตท. ในปี 2547 ซึ่งสูงถึง 62,666 ล้านบาท แทนที่จะเป็นของประชาชนทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของผู้ถือหุ้นไม่กี่คนถึงเกือบครึ่งหนึ่ง

คาดกันว่าในปี 2548 ปตท.จะมีกำไรสุทธิเกือบหนึ่งแสนล้านบาท ในขณะที่คนไทยทั้งประเทศต้องแบกรับจ่ายค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ผมจะขอจบบทความนี้ด้วยการเปรียบเทียบค่าตอบแทนของกรรมการ (เบี้ยประชุมและโบนัส) ของ ปตท. (ซึ่งแปรรูปไปแล้ว) และ กฟผ. (ซึ่งยังไม่แปรรูป) ในปีเดียวกันคือ 2547

พบว่า ของ กฟผ. มีจำนวน 2.69 ล้านบาท ในขณะที่ ปตท. 22.9 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 8 เท่าตัว ส่วนเงินเดือนและโบนัสของผู้บริหาร ปตท. จำนวน 8 คน รับไปเบาะๆ รวม 60.2 ล้านบาท

เรื่องราวทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว สามารถสรุปได้ง่ายๆ ว่าเป็นกระบวนการดังในหนังสือ ซื้อรัฐวิสาหกิจแถมประเทศไทย โดย ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ นั่นคือ ชง-เสิรฟ์-จ่าย หรือเป็นกระบวนการที่เรียกว่า สามเหลี่ยมทรราชย์ นั่นเอง.-
------

อ่านจบแล้วบอกผมที เราจะทำยังไงดี ? T_T

ความจริงไม่ใช่เฉพาะสามเหลี่ยมที่จะทรราช... สี่เหลี่ยมก็ทรราชได้ :P


จะด้วยวิธีการกระจายหุ้นที่อ้างว่ายุติธรรมเพียงใด ผมกล้ายืนยันว่าวิธีการกระจายหุ้นจะคิดวิธีมากี่ร้อยเล่มเกวียนตลบ มันก็ไม่มีความยุติธรรมและกันนายทุนเข้ามาเป็นเจ้าของได้
คิดแบบง่ายๆว่า ถ้ามันยุติธรรมจริง... ทำไมทุกครั้งที่มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ จะต้องสรรหาวิธีการใหม่ๆ ขึ้นมาประกาศว่านี่เป็นวิธีใหม่ที่จะให้เกิดความเป็นธรรมกับสังคมทุกครั้ง... แปลง่ายๆว่าทุกครั้งที่มันบอกว่ายุติธรรม... หลังจากซื้อขายกับเรียบร้อยแล้ว... มันก็ไม่เป็นไปอย่างที่พูดทุกครั้งนั่นเอง

เอาหล่ะ แล้วเราก็มาร่วมกันขายประเทศชาติกันเถอะ!

ที่มา: เว็บผู้จัดการ

Comment

Comment:

Tweet


การแปรรุปกระทำมาทุกรัฐบาล ตั้งแต่สมัย นายกชาติชาย ผู้ล่วงลับไปแล้ว มาสมัยอานันท์ ชวน 1 ชวลิต ชวน 2 จะบรรหาร มาจดทะเบียนได้ในสมัยนายกทักษิณ และคนที่เคยแปรรูปมาแล้วทั้งนั้นก็มาปรท้วง ออกอาการต่อต้านต่างๆนาๆ ทั้งที่ในสมัยเป็นรัฐบาลอยู่ก็เคยแปรมาแล้วทั้งนั้น ค่าไฟ บมจ.กฟผ. งนะครับ จะบอกว่าฮั้วกันได้เพราะรัฐบาลเป็นผู้แต่งตี้ง Regulator ก็ท่านเองเป็นคนเลือกเขาเข้ามา ครั้งหน้าถ้าไม่ชอบนโยบายก้อย่าไปเลือกเข้ามาอีก การแปรรูปรัฐวิสาหกิจกลายเป็นกระแสโลกาภิวัฒน์ทุกประเทศต้องแปร และก้เหมือนเป็นปัยหาทุกประเทศ แต่ประเทสไทยไม่เหมือนอาร์เจนตินาแน่นอน ขานั้น รัฐและปชช.ร่วมกันขายทุกอย่างในประเทศ ถนน ไฟฟ้า ประปา รถไฟ หรือแม้แต่ที่ดินตัวเองให้ต่างชาติ บ.ต่างชาติสามารถกำหนดราคาสินค้าที่ซื้อจาก ปชช. ได้ตำๆ มาขายราคาแพง แต่การแปรรุปแบบไทยก็ไม่เหมือนแบบนั้น ค่าไฟขึ้นอยู่กับราคาค่าเชื้อเพลิงเป็นส่วนใหญ่ 70% ของไฟฟ้าใช้แก๊สธรรมชาติ ซึ่ง ปตท. เป็นคู่ค้ารายใหญ่ของ บมจ.กฟผ.การเพิ่มมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ ถามว่าประเทศชาติได้ประโยชน์ใหม ถ้าได้ก็จบ ให้ ปชช. ไปจองซื้อหุ้นได้ตั้งแต่ 400 หุ้นขึ้นไปราคา 28 บาท ถ้าบอกว่าทำไม่เป็น ก็ไม่มีใครเป็นมาแต่เกิด 400 ราคา 28 บาท ใช้เงิน 11200 บาท ผูใช้ไฟ 13 ล้านราย จองสัก 20% ได้ใหม 1.6 ล้าน เป็นเจ้าของ 1,040 ล้านหุ้น หมดแล้วหุ้น พง.กฟผ. 560 ล้านหุ้น รัฐถือ 6,000 ล้านหุ้น กว่าเดี๋ยวต่างชาติมาซื้อจะตกเป็นของต่างชาติถ้า ปชช.ที่ซื้อ 1040 ล้านหุ้น โดยพวกคุณๆ ไม่ขายจะเป็นของ ต่างชาติได้อย่างไรใครกันแน่ที่ไม่รักชาติ ปชช. หรือเปล่า ถ้าบอกว่าราราขึ้นนี่กำไรดี ก็เลยขาย ถ้าตอบอย่างนั้น อย่าว่าใครครับ คุณก็แค่พวกมือถือสาก ปากถือศีลธรรมดาครับ
#8 by จุ๋ม (202.44.210.36 /unknown) At 2005-11-10 13:29,
เมืองไทยโฆษณาทีวีกันกระจุยเลยครับ
ให้ชาวบ้านขาวนาไปซื้อหุ้น แล้วตอนหลังมันก็จะ.... ตกไปสู่อำนาจมืด....เหอๆ
ผมว่าเหมือนกับเราประมูลบริษัทเอกชนมาบริหารประเทศเลยนะรัฐบาลชุดนี้...
#7 by เต่า At 2005-11-06 16:33,
เปิดขายให้พนักงานกฟผ.ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วคับ

จะขายให้บุคคลทั่วไป กลางเดือนนี้ครับ

เพิ่งรู้มาว่าที่เอากฟผ.ขายนี่ รวมเขื่อนของประเทศไปขายด้วยครับ ....
#6 by xsaint At 2005-11-05 13:34,
อ่อ ชื่อนั้นมีที่มาจากนี้นี่เอง
แนะนำ คุนิมิตสึ ด้วยคนฮะ อ่านสนุกและเข้าใจง่าย
#5 by ม้าลายกระป๋อง At 2005-11-05 13:29,
ผมมีลางสังหรว่ารัฐบาลชุดนี้ จะอยู่ไม่ครบเทอมยังไงไม่รู้
ปกติ ผมเป็นคนไม่ค่อยสนใจเรื่องการเมืองเท่าไรนัก แต่หลังๆมา ข่าวสารที่ได้รับนี่ รู้สึกว่า มันเกินไปแล้ว โกงกันหน้าด้านๆ เลย


ปล. ขอแนะนำการ์ตูน เรื่อง คุนิมิตสึ ครับ เกี่ยวกับการเมือง แต่อ่านสนุก มีมุขฮาๆ สอดแทรกตลอดเรื่อง
#4 by N J (203.154.151.51) At 2005-11-03 16:35,
ตกลงโดนขายไปยัง ไม่ได้ตามข่าวเลย
#3 by bubbleball At 2005-11-02 23:48,
เจ้ยยยย...

ไม่มีอะไรหรอกคับ... ผมเข้าใจที่เขียนมานะ เพียงแต่ผมเห็นว่ามันคนละประเด็นกับจุดหลักที่ผมต้องการอธิบายใน blog หน่ะคับ เลยอธิบายไป

ไม่มีอะไรหรอกคับ สบายใจได้ อย่าซีเรียสคับ... ผมก็เขียนตามความคิด ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าจะถูก 100% อาจจะผิดหมดก็ได้ แต่ผมก็แค่หวังว่ามันจะเป็นแนวทางที่ดีที่ให้คนทำอะไรโดยตรึกตรองก่อนหน่ะคับ

ก็แสดงความคิดเห็นแย้งมาได้คับ .... แย้งผมก็เท่ากับช่วยผมขยายกรอบความคิดครับ

ชอบเพลงคับ ขอเอาไปใช้ต่อ
#2 by xsaint At 2005-11-01 10:14,
ครั้งที่แล้วผมต้องขอโทษด้วยนะฮะที่ใส่อารมณ์มากเกินไป m(_ _)m
เรื่อง กฟผ. นั้น ญาติผมที่ทำงานอยู่เค้าก็บอกอย่างที่คุณ xsaint บอกนั่นแหละฮะ ว่าขายไปเท่านี้ ๆ แต่ผมว่ายังไง ๆ เดี๋ยวพวกนายทุนมันต้องหาทางซอกแซกเอาหุ้นมาให้ได้น่ะฮะ
ก็ขอให้ 125 เสียงที่ตอนนี้ฝ่ายค้านมีจะช่วยค้านเรื่องนี้ไม่ให้เลวร้ายไปกว่านี้ได้น่ะฮะ
p.s. /me ร้องเพลงจากโฆษณา ๆ นึง "มีโกงไม่มีอด ไม่มีอดเพราะเราโกง ชีวิตจะไม่เดือดร้อนถ้าหากเราโกง มีโกงไม่มีอด" เงินทองที่โกงมาได้ ต้องใช้ 1 ส่วน เก็บไว้ 3 ส่วน
#1 by リリース At 2005-11-01 09:10,