2006/Jan/03

จาก Seattle ก่อนกลับไป Corvallis, Oregon ก็ขับรถแวะขึ้นไปที่ Mt. Rainier ก่อน ทีแรกก็ไม่รู้จะไปได้หรือป่าว เพราะมีคนบอกว่าหน้าหนาวอาจจะปิด... โทรไปถามตามเบอร์ที่ได้ Brochure มา มันก็ดันไม่รับสายวันเสาร์ อาทิตย์... สุดท้ายก็เลยคิดว่าเสี่ยงไปดูดีกว่า เพราะไม่รู้จะไปไหนแล้ว อุตส่าห์ขับรถมาตั้งไกล

ทางไป Mt. Rainier จะเป็นเส้นทางลงใต้ กลับไป Oregon แต่ก็ต้องมีแวะออกไปข้างๆหน่อย ตามแผนที่ข้างล่างที่ขับรถไปตามเส้นทางที่ทำเป็นเส้นจุดสีขาวๆไว้

Mt. Rainier เป็นอุทยานแห่งชาติของเมกาแห่งหนึ่ง (National Park) ซึ่งเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของรัฐ Washington ที่มักเห็นตามพวก Postcard... นอกจากนี้ยังมีอีกเขาหนึ่งซึ่งเป็นภูเขาไฟ คือ Mt. St. Helens ... ถ้าดูจากแผนที่ข้างบน ก็จะเป็นทางไปทางเดียวกัน... แต่ผมก็ไม่ได้แวะไป เพราะเฉพาะขับขึ้นไปบน Rainier ก็กินเวลาราวๆ 3 ชม. แล้ว กว่าจะขึ้นไป St.Helens อีก คงมืดพอดี...

ฟ้าครึ้มๆอีกแล้ว... จากพยากรณ์อากาศ ว่าฝนจะตก ซึ่งถ้าอากาศไม่ดี ขับขึ้นไปบน Mt. Rainier ไม่ได้ เพราะทางอาจจะเป็นน้ำแข็ง จำเป็นต้องติดโซ่ที่ล้อ... ซึ่งรถที่เช่ามาก็ไม่มี

เริ่มเข้าเขตของ Mt. Rainier ป่าไม้เยอะมาก

แต่ก็มีการตัดไม้ทำลายป่าอยู่ดี

เริ่มขับขึ้นไปสูงขึ้น ทางข้างๆก็เริ่มมีหิมะเกาะอยู่ให้เห็นทีละนิด จนเริ่มหนาท่วมข้างๆทางไปหมด แต่สภาพถนนก็ยัง ok ให้ขับต่อไปได้ แค่แฉะๆ ฝนแค่นั้นเอง

แล้วก็มาถึงจุดที่สวยที่สุดจุดนึง เป็นสะพานที่ข้ามเหว แม่น้ำ ที่มองลงไปทางด้านล่างก็จะเห็นเป็นแบบนี้

มองขึ้นไปด้านบนจะเห็นบางส่วนของแม่น้ำเป็นน้ำแข็ง

ตลอดเส้นทางก็มีฝนตกบ้าง หิมะตกบ้าง หยุดบ้างสลับกันไป

เดี๋ยวฟ้าเปิด เดี๋ยวก็เมฆครึ้ม

ยิ่งขึ้นมาสูงก็ยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิราวๆ -5 C เห็นจะได้

มีน้ำตกด้วย ส่วนนี้ไหลแรงก็ยังไม่เห็นน้ำแข็ง

ตลอดเส้นทางก็จะมียอดเขาอยู่หลายยอดให้เห็น แต่ละอันก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป

เกือบถึงจุดที่เป็นศูนย์ของ National Park ก็จะเห็นหิมะท่วมขาวโพลนไปหมด

พอขึ้นไปถึงจุดที่เค้าให้เดินเท้าต่อ หิมะก็ตกหนัก... แต่ก็ขึ้นไปค่อนข้างสูงแล้ว ก็เลยเดินวนๆ อยู่ในตึกอยู่แป๊บนึง แล้วก็ขับรถลงจากเขา

พอลงมาสักแป๊บหิมะก็เริ่มหยุด แต่ก็ยังมีหมอกขาวไปหมด มองไม่ค่อยจะเห็นอะไร

เป็นยอดเขาคู่ แต่ตรงจุดที่ถ่าย ก็ดันมีต้นไม้ 2 ต้นบังตรงกับยอดเขาพอดีอีกต่างหาก

ก็ขับลงต่อไปเรื่อยๆ ประกอบกับหยุดรถถ่ายตามจุดที่เห็นว่ามันสวย ก็ถือว่าเป็นไฮไลท์ สุดของ Trip นี้ เพราะปกติผมไม่ค่อยชอบเที่ยวเมือง (ยกเว้นญี่ปุ่น) การแวะขึ้นมาที่ Mt. Rainier นี้ เลยทำให้ดูมีอะไรอย่างที่อยากเห็น อยากดูหน่อย

กลับบ้าน นอน

2005/Dec/30

เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา ขับรถไป Seattle กับเพื่อน... ก็รถคันเดิมที่เช่าไป Willamette นั่นแหล่ะ

จากเมือง Corvallis Oregonขับไปใช้เวลาราวๆ 4 ชม. กว่าๆ ก็จะถึงเมือง Seattle Washington

ตลอดเส้นทางก็จะมีภูมิประเทศประมาณนี้

แล้วก็เข้าสู่เมือง Seattle

เราก็ไปแวะ Pike Market บ้านเราก็เรียกว่าตลาดสด... แต่จุดนี้ถือเป็น Landmark อย่างนึงของนักท่องเที่ยวที่แวะมา Seattle ก็ว่าได้

ซึ่งป้ายนี้ก็จะเป็นสัญลักษณ์อย่างนึง ที่แสดงว่านี่คือ Seattle

ที่จะมีเจ้าหมูนี่ยืนต้อนรับอยู่ตรงทางเข้าหลัก

นักท่องเที่ยวก็จะมาดูเค้าขายปลา... ซึ่งร้านแถบนี้ก็จะมีวิธีสร้างจุดขาย โดยการให้ลูกค้าเลือกปลา พอเลือกได้ ชายเอี้ยมแดง ก็จะมาส่งเสียงร้อง แล้วก็โยนปลาเข้าไปที่เคาท์เตอร์ด้านในเพื่อช่างน้ำหนักและทำการแพ็คปลาใส่บรรจุภัณฑ์ โดยที่คนด้านในก็จะส่งเสียงร้องตอบรับ (ร้องอะไรของมันก็ไม่รู้)

ปลาแซลมอนตัวโตๆ

ในตลาดนี้ก็จะขายพวกของทะเล ผลไม้สดๆ

Lobster ตัวใหญ่ๆ กินแค่หางก็อิ่มไปหลายมื้อ

ปูเป็นๆ

ขาปูอลาสก้าใหญ่มากๆ ยาวพอๆกับแขนคน

ร้านขายกาแฟธรรมดาๆ ที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันเต็ม เพราะมันคือ Starbuck สาขาแรก

ภายในร้านก้ไม่มีอะไรพิเศษ นอกจาก Logo แบบดั้งเดิม ที่อาจจะไม่คุ้นตา

ถ้วยกาแฟที่เป็น Logo แบบดั้งเดิม

บริเวณนี้ก็จะมีพวกร้านขายของที่ระลึก

ภายในตัวเมืองก็จะมีตุ๊กตา Nutcraker วางกระจายๆ อยู่หลายตัว (ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน)

Landmark หลักของ Seattle ... Space Needle

ภายในบริเวณ Seattle Center ใกล้ๆ กับ Space Needle

Space Needle และน้องหมีเวอร์ชั่นเป็นพุ่มไม้

ภายในย่าน Downtown ของเมือง Seattle

ตัวเมือง Seattle ยามราตรี

กลับโรงแรม นอน....

2005/Dec/28

แวะมาเที่ยว Oregon 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 (แปลว่าตอนนี้ก็ยังอยู่ที่ Oregon ไง)
วันศุกร์ กับวันจันทร์ที่ผ่านมา เช่ารถไป Willamette Pass เพื่อไปเล่น Snowboardกับเพื่อนที่เรียนที่ Oregon State U. ใช้ภาพเล่าเรื่องละกันคับ blog ตอนนี้อาจจะโหลดนานหน่อย

เช่ารถคันนี้ขับไป

เริ่มออกเดินทาง

ไม่ทันไร รถชนบ้านซะแล้ว

ภาพข้างๆทาง... แถวๆนี้ ค่อนข้างบ้านนอก (จริงๆ ที่เมกานี่ เวลาขับรถระหว่างเมืองก็มักจะเป็นแบบนี้ทุกที่... เป็นไร่ เป็นนา

เมฆครึ้มมาก ฝนทำท่าจะตก พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตกทุกวัน

แต่แล้วก็เห็นแสงส่องนำทางอยู่เบื้องหน้า

นกเริ่มบินออกมา

บ้านชาวไร่ชาวนา เหมือนหนังฝรั่งดี .. อ้าว อยู่เมืองฝรั่งนี่

แล้วเราก็มาถึง Willamette Pass นี่เป็นทางเข้า

แล้วก็ต้องนั่งลิฟท์ขึ้นไป ความจริงการเล่นSkiหรือ Snowboard ผมพบว่า เราจะเสียเวลาในการนั่งลิฟท์ขึ้นไปเพื่อไถลลงมามากกว่าการได้เล่น เพราะพอลงมา เราก็ต้องนั่งลิฟท์ขึ้นไปอีกทุกๆครั้ง ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า

อากาศขมุกขมัว.. มีหิมะตกด้วย

แต่บางทีก็ฟ้าใสซะงั้น แล้วก็สลับๆกันไป แต่โดยรวมๆ ถือว่าอากาศดีมาก ใสๆ แดดจ้าๆ นับเป็นอากาศที่ดีสำหรับการเล่น Snowboard แล้วมีหิมะตกเป็นระยะๆ สลับให้ได้บรรยากาศว่ามันมีหิมะจริงๆ

อ่ะ ลงมาแล้ว

พั๊ว... เลือดกระจายเลย

ลองเปลี่ยนลิฟท์ไปอันที่สูงขึ้นหน่อย

พบว่าขึ้นลิฟท์ผิด -__-' จะขึ้น Intermediate กลายเป็นขึ้นไปถึง Peak .... อย่างสูง ชิบหายหล่ะสิ จะลงยังไงหล่ะเนี่ย

ไหนๆ ก็ขึ้นมายอดแล้ว ถ่ายรูปแทนละกัน

ค่อยๆ ไถลลงไป... กว่าจะถึงด้านล่าง เล่นเอาเหนื่อย

พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า

กลับบ้าน... นอน